โค้ชโย่ง ยอมรับกดดันต้องคว้าที่4เอเชียนเกมส์ 2018

โค้ชโย่ง ยอมรับกดดันต้องคว้าที่4เอเชียนเกมส์ 2018
"โค้ชโย่ง" วรวุธ ศรีมะฆะ ยอมรับมีความกดดันแน่นอน หลังรับงานคุมทีมชาติชุด อายุไม่เกิน 21 ปี ตั้งเป้าต้องคว้าที่ 4 เอเชียนเกมส์ 2018 เป็นอย่างน้อย หวังต่อยอดลุยโอลิมปิก 2020 และ ศึกชิงแชมป์เอเชีย

“โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ ยอมรับมีความกดดันแน่นอน หลังรับงานคุมทีมชาติชุด อายุไม่เกิน 21 ปี ตั้งเป้าต้องคว้าที่ 4 เอเชียนเกมส์ 2018 เป็นอย่างน้อย หวังต่อยอดลุยโอลิมปิก 2020 และ ศึกชิงแชมป์เอเชีย

ภายหลังจากที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ประกาศ 3 หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ตั้งแต่รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ถึง 21 ปี ซึ่ง “ช้างศึกU21” นั้น “โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ ถูกแต่งตั้งให้กลับมาคุมทีมอีกครั้ง หลังก่อนหน้านี้เคยประสบความสำเร็จในการนำทีม ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี คว้าแชมป์ซีเกมส์ 2017

โดย “โค้ชโย่ง” ได้กล่าวถึงการเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปีว่า “การมารับตำแหน่งครั้งนี้ ก็ต้องพยายามทำให้เต็มที่ที่สุด และอีกอย่างก็ต้องทำผลงานให้ดีกว่าครั้งที่ผ่านมา”

ขณะเดียวกันอดีตดาวเตะทีมชาติไทยรายนี้ยังกล่าวถึงความกดดันในตำแหน่งดังกล่าวว่า “ส่วนกดดันหรือไม่นั้นผมคิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา เพราะเรามาอยู่ในตำแหน่งที่หลายคนอยากจะอยู่ มันก็ต้องกดดันแน่นอน ฟุตบอลมันมีข้อผิดพลาดอยู่แล้ว แต่อยู่ที่ว่า ถ้าเราเอาข้อผิดพลาดมาปรับปรุง มันน่าจะดีกว่าที่จะมัวแต่หาคนผิด”

“การวางแผนหลังจากนี้ เราก็จะพยายามเก็บตัวในช่วงฟีฟ่า เดย์ ทุกช่วง ปัญหาของทีมชุดนี้ก็คงไม่ต่างจากชุดที่แล้ว อาจจะไม่ใช่ตัวหลักของสโมสร อย่างตอนเอเชียนเกมส์ คนที่เป็นตัวหลักอาจจะไม่ถูกปล่อยมา เราก็อาจจะต้องใช้ผู้เล่นชุดที่สองหรือสามไปเล่นแทน”

“ความแตกต่างของชุดปัจจุบัน กับ ชุดที่ผ่านมา คือ ชุดที่ผ่านมาเห็นได้ชัดว่าพวกเขามีความเป็นนักสู้ เพราะเด็กไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ที่ดีทุกตำแหน่ง แต่เขาสู้และผ่านมาได้ ชุดนี้ก็ถือเป็นชุดใหม่ และพวกเขาก็เคยประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์อาเซียน U19 มาครอง พวกเขาน่าจะมั่นใจหากกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง”

นอกจากนี้ “โค้ชโย่ง” กล่าวถึงประโยชน์จากการอบรบจนจบโปรไลเซนส์ ว่า “หลังจากที่ไปเรียน โปรไลเซนส์ เราก็ต้องพัฒนาตามแนวทางของวิทยา เลาหกุล เราก็ต้องพยายามปรับทัศนคติในการเล่นทีมชาติ ความรวดเร็ว แข็งแกร่ง ความมืออาชีพ และความรักชาติ ตรงนี้ต้องปลูกฝังในตัวเด็กทุกคน ทำให้การทำทีมมีมิติเพิ่มขึ้น”

“เด็กชุดนี้ ก็มีหลายคนที่ได้ข้ามรุ่นไปเล่นในช่วงที่ผ่านมา เขาก็น่าจะเห็นข้อผิดพลาดอะไรต่างๆ ที่เกิดขึ้น และต้องมองว่าจะแก้ไขอย่างไร”

พร้อมกันนี้กุนซือร่างใหญ่ยังกล่าวถึงเป้าหมายของตนกับทีมชาติไทยชุดนี้ว่า “ส่วนเป้าหมาย ระยะสั้นก็คือเอเชียนเกมส์ คราวที่แล้วเราจบด้วยการเป็นอันดับ 4 เป้าหมายก็ต้องเท่าเดิมเป็นอย่างน้อย เรารู้ว่ามันเป็นงานที่ยาก เพราะในเอเชียนเกมส์ หลายประเทศอาจจะส่งชุด U21 เหมือนกับเรา แต่บางประเทศ เขาจัดชุดเต็มผู้เล่นรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี และบวกกับนักเตะที่อายุเกินอีกจำนวน 3 คน แต่เราต้องพยายามแสดงให้เห็นถึงวิธีการเล่นว่ามีพัฒนาการ เหมือนที่เราเคยวิจารณ์มา เราก็ต้องทำให้ดีกว่าเดิม”

“ระยะกลางผมก็อยากสร้างให้เด็กชุดนี้ไปโอลิมปิก คือหาตัวหลักได้ชัดเจนว่ามีใครบ้าง ส่วนระยะยาว เราต้องเข้าใกล้ให้ได้มากที่สุด คือการได้ไปรอบสุดท้ายของชิงแชมป์เอเชีย”

“ผมต้องยอมรับคำติชม ทุกอย่างๆ การจะแก้ไขได้ เราต้องลงมือทำ หากผมมัวแต่ตอบโตทุกคำวิจารณ์มันคงไม่มีประโยชน์ ซึ่งเราน้อมรับทุกคำวิจารณ์อยู่แล้ว เรามาในนามทีมชาติ ผมก็พยายามจะรับและพัฒนาให้ไปถึงจุดที่แฟนบอลทุกคนต้องการให้ได้” วรวุธ ศรีมะฆะ กล่าว

Facebook Comments