สมยศเปรียบเลือกโค้ชช้างศึกเหมือนซื้อหวย

สมยศเปรียบเลือกโค้ชช้างศึกเหมือนซื้อหวย
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ อัพเดทเรื่องกุนซือทีมชาติไทย หลังตำแหน่งว่างลง จากการที่ ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย ตัดสินใจลาออกเป็นที่เรียบร้อย เพื่อรับผิดชอบกับผลงาน ที่จบอันดับสุดท้าย ในคิงส์คัพ ครั้งที่ 47
แชร์ข่าวนี้กับเพื่อน

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ อัพเดทเรื่องกุนซือทีมชาติไทย หลังตำแหน่งว่างลง จากการที่ ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย ตัดสินใจลาออกเป็นที่เรียบร้อย เพื่อรับผิดชอบกับผลงาน ที่จบอันดับสุดท้าย ในคิงส์คัพ ครั้งที่ 47

ช้างศึก กำลังตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับกุนซือหลายราย โดยเฉาะ ยุน จอง ฮวาน อดีตเทรนเนอร์เอสซีจี เมืองทองฯ ที่ปรากฎภาพ เจ้าตัว เข้ามาคุยกับสมาคมฯ แล้ว ขณะที่ ประมุขลูกหนังไทย อัพเดทเรื่องนี้ หลังงานแถลงข่าว ปตท. “จุดประกายฝัน สานพลังกีฬาไทย” เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ที่ผ่านมาว่า

“เขาอาจนำเรามาเป็นข้อต่อรอง หรือ เราอาจนำเขามาเป็นข้อต่อรอง มันเป็นไปได้ทั้งหมด เพราะฉะนั้นเพื่อมารยาทที่ดี ทำให้ตอนนี้ เรายังเปิดเผยชื่อไม่ได้ จนกว่าจะบรรลุข้อตกลง”

“เรื่องสเปค ส่วนตัวผมได้หมดครับ อาจเป็นโค้ชไทยก็ได้ ซึ่งผมก็บอกโค้ชไทยหลายคนไปว่า ถ้าสนใจ ก็ยื่นโปรไฟล์ เข้ามา จากนั้นก็มาคุยในเรื่องของรายละเอียด ข้อกำหนดกฎเกณฑ์ และ เงื่อนไข ว่าต้องการอะไรบ้าง”

“ขณะที่ต่างชาติ เบื้องต้นก็มีทั้งแบบส่งตัวแทนเข้ามา และ เข้ามาเอง บางครั้ง เราอยากได้เขา แต่เขาไม่อยากมา หรือ เขาอยากมา แต่เงื่อนไข มันเกินที่จะรับได้ มันก็ตกลงกันไม่ได้”

เมื่อถูกถามว่า กุนซือที่เคยพาทีมไปเล่นฟุตบอลโลก จะมีภาษีกว่า เทรนเนอร์คนอื่นๆ หรือเปล่า สมยศ ตอบว่า “ก็อยากถามแฟนบอลชาวไทย ชอบแบบนั้นมั้ย ชอบโปรไฟล์ดีๆ มีประสบการณ์ เคยพาทีมไปฟุตบอลโลก หรือเปล่า แต่ทุกอย่าง มันก็เหมือนการซื้อหวย ถ้าซื้อดี ก็ดี แต่ถ้าซื้อไม่ดี มันก็ไม่โอเค เพราะฉะนั้นตรงนี้ ถ้าถามผม หรือ ผมกำหนดได้ ผมก็อยากจะเอาโค้ช ที่พา ทีมชาติไทย เป็นแชมป์อาเซียน , แชมป์เอเชีย และ ไปฟุตบอลโลกได้ แต่ใครจะรู้ครับ ว่าถ้าเราเลือกแล้ว ผลจะออกมาเป็นอย่างไร”

“บางครั้ง คนที่เราคิดว่าดี ก็ออกมาไม่ดี บางครั้งคนที่เราไม่อยากได้ แต่ภายหลัง กลับมาดี ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ เป็นวิถีที่เกิดขึ้นได้หมดในฟุตบอล มันไม่มีอะไรแน่นอน”

สมยศ ยังตอบผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับประเด็นการใช้โค้ช คนเดียว ทำหน้าที่ชุดใหญ่ และ U23 ว่า “เรามีประธานเทคนิคแล้ว ก็ต้องถามว่าถ้าเป็นแบบนั้น มันดีมั้ย ถ้าเราใช้โค้ชคนเดียวกันทำชุดใหญ่ กับ U23 หรือ เราให้มีสองคน แต่ให้ทำงานร่วมกัน เพื่อที่จะให้ U23 ไปต่อยอดที่ชุดใหญ่ได้ และ ให้อีกคนหนึ่ง เข้าใจเด็ก ที่จะขึ้นมาได้ ซึ่งเรื่องนี้ผมว่า มันไม่มีสูตรสำเร็จ ขึ้นอยู่ที่ว่า เรามีวิธีปรุงแต่งอย่างไร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทุกอย่างที่ เราจะทำ เราก็มุ่งหวังที่จะสร้างความสำเร็จ ให้ทีมชาติ และ ไม่มีใครอยากให้ ทีมชาติ ผลงานออกมาไม่ดี”

“ผมเชื่อว่าทุกคนปรารถนาดี แต่อย่างที่บอก สูตรใครสูตรมัน อย่างการปรุงอาหาร ก็สูตรใครสูตรมัน มันไม่มีอะไรตายตัว” สมยศ ปิดท้าย

สำหรับ ทีมชาติไทยชุดใหญ่ มีโปรแกรมลุยศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 จำนวน 5 นัดในปีนี้ เริ่มจากช่วงเดือน กันยายน , ตุลาคม และ พฤศจิกายน

ขณะที่ ทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี มีทัวร์นาเมนต์สำคัญรออยู่เช่นกัน ทั้ง ซีเกมส์ 2019 ช่วงปลายปี ที่ประเทศฟิลิปปินส์ และ ชิงแชมป์เอเชีย 2020 รอบสุดท้าย ที่เป็นเจ้าภาพ

Facebook Comments