การกลับมาเกิดใหม่ของ วู๊ล์ฟแธมป์ตัน

การกลับมาเกิดใหม่ของ วู๊ล์ฟแธมป์ตัน
ฤดูกาล 2011/12 - ตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกภายใต้การคุมทีมของ มิค แม็คคาร์ธี่ย์ และ เทอร์รี่ คอนเนอร์ หลังจากที่โลดแล่นในลีกสูงสุดอยู่ 3 ฤดูกาล
แชร์ข่าวนี้กับเพื่อน

ฤดูกาล 2011/12 – ตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกภายใต้การคุมทีมของ มิค แม็คคาร์ธี่ย์ และ เทอร์รี่ คอนเนอร์ หลังจากที่โลดแล่นในลีกสูงสุดอยู่ 3 ฤดูกาล

ฤดูกาล 2012/13 – สตอล โซลแบ็คเค่น เข้ามารับงานต่อ แต่ฟอร์มกลับไม่ได้ดีขึ้น เขาถูกแทนที่โดย ดีน ซอนเดอร์ส ซึ่งก็ยังไม่สามารถสร้างแรงกระเพื่อมให้กับทีมได้และ วู๊ล์ฟ ร่วงลงไปเล่นลีกสาม (นับเป็นลีกต่ำสุดที่สโมสรเคยเล่นตั่งแต่ปี 1989)

ฤดูกาล 2013/14 – แคนนี่ แจ๊คเก็ต ถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการทีม และพา วู๊ล์ฟ เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นใน เดอะแชมเปี้ยนชิพ โดยมีแต้มถึง 103  แต้ม (ทำสถิติแต้มในลึกวันที่สูงที่สุด)

ฤดูกาล 2014/15 – แจ๊คเก็ต ยังพาทีมเล่นอยู่ในเดอะแชมเปี้ยนชิพ 2 ฤดูกาล (จบอันดับ 7 และ 14) ก่อนที่สโมสรจะถูกซื้อจาก สตีฟ มอร์แกน โดยกลุ่มนักลงทุนชาวจีน “โฟซัน อินเตอร์เนชั่นนอล” ในเดือนกรกฎาคม 2016

กลุ่มนักลงทุนชาวจีน “โฟซัน อินเตอร์เนชั่นนอล” เครดิตฟรีไม่ต้องฝากไม่ต้องแชร์ ยังมีความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับเอเย่นต์ที่มีชื่อเสียวอย่าง จอร์จ เมนเดส อีกด้วย

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้พวกเขาสามารถคว้าดูโอ้สตาร์อย่าง เฮลเด้อ คอสต้า และ เจา เตเซร่า จากสโมสร เบนฟิก้า ด้วยสัญญายืมตัว

ฤดูกาล 2016/17 – เจ้าของใหม่ได้ปลด แจ็คเก็ต ออกจากตำแหน่งหลังจากที่เข้ามาควบคุมทีม และรวมถึงโค้ชอีก 2 คน ก่อนที่จะนำ นูโน่ แอสปิริโต้ ซานโต้ (ลูกค้าอีกคนหนึ่งของ เมนเดส) ในช่วงต้นฤดูากาล 2017/18

ฤดูกาล 2017/18 – นูโน่ เข้ามารับงานเต็มตัว, วู๊ล์ฟ ได้ผ่าตัดทีมด้วยการซื้อตัวอย่างชาญฉลาด บาร์รี่ ดักลาส (1 ล้านปอนด์), ไรอัน เบนเน็ทท์(ฟรี) และ จอห์น รัดดี้ (ฟรี) และด้วยการพึ่งพาความสัมพันธ์กับ จอร์จ เมนเดส พวกเขายังดึงตัวดาวดังอย่าง รูเบ็น เนเวส จาก ปอร์โต้ ด้วยค่าตัว 15.8 ล้านปอนด์

การคว้าตัวยังรวมถึงการยืมตัว  วิลลี่ โบลี่, รูเบน ไวนาเกร, ดิโอโก้ โจค้า และ เลโอ โบนาตินี่ นั่นทำให้ วู๊ล์ฟ ยกระดับทีมไปอีกขั้น, พวกเขาเลื่อนชั้นขึ้นมาจากเดอะแชมเปี้ยนชิพโดยเก็บแต้มได้ถึง 99 คว้าแชมป์ลีก

วู๊ล์ฟ กลับขึ้นมาสู่ลีกสูงสุดอีกครั้ง

 สไตล์การเล่น/นักเตะที่เป็นกุญแจสำคัญ

พวกเขาใช้แผนการเล่นเหมือนที่เคยใช้ในเดอะแชมเปี้ยนชิพ, วู๊ล์ฟ ปรับแผนไปมาระหว่า 3-4-3 และ 3-5-2, การรับที่เหนียวแน่น, เกมโต้กลับที่รวดเร็ว เฉียบคม

 

คู่ในแผงมิดฟิลด์อย่าง เนเวส และ มูตินโย่ เล่นเข้ากันได้ดี และคอยคุมจังหวะของเกมและแสดงให้เห็นถึงคลาสของพวกเขาในการจ่ายบอล ซึ่งเกมรุกที่เฉียบคมจาก โจต้า และ หิมิเนซ

 

วู๊ล์ฟ สร้างความประทับใจให้กับแฟนบอล โดยจบอันดับในพรีเมียร์ลีกภายใต้กุนซือใหม่ที่อันดับ 7 และยังได้ไปเล่นในยูโรป้า

ฤดูกาล 2019/20 – หลังจากเริ่มต้นฤดูกาลได้อย่างเอื่อยๆ, วู๊ล์ฟ ก็กลับมาสู่เส้นทางอีกคึรั้งและยังผ่านเข้ารอบน็อคเอ้าแชมเปี้ยนส์ลีกอีกด้วย

 

ยูโรป้าลีก วู๊ล์ฟ อยู่รวมกลุ่มกับทีมอย่าง บราก้า, ซลาเวีย บราติดสลาว่า และ เบซิคตัส โดยพวกเขาสามารถผ่านเข้ารอบน็อคเอ้าท์ด้วยการ ชนะ 4 แพ้ 1 เสมอ 1 มี 13 แต้มเป็นอันดับสองรองจาก บราก้า

 

นักเตะหัวใจสำคัญที่ทีมขาดไม่ได้คือ ดิโอโก้ โจต้า ซึ่งยิงไป 6 ประตูจากการลงเล่น 5 เกมในยูโรป้าลีก

 

นูโน่ ซานโต้ อาจจะเป็นกุนซือที่ชื่อไม่คุ้นหู แต่ ณ ตอนนี้ ใครหลายคนก็จำชื่อของเขาได้แล้วในฐานะกุนซือคนหนึ่งที่พา วู๊ล์ฟ สู้กับบิ๊กทีมได้อย่างสูสี และยังมีลุ้นกับฟุตบอลยุโรป

 

คุณคิดว่าพวกเขาจะไปได้ไกลแค่ไหนใน ยูโรป้าลีก?

Facebook Comments